RSS

สร้างเสน่ห์ให้กับตัวเอง

จะหาเพื่อนหรือหาแฟนสักคนนั้นไม่อยาก ใครๆก็สามารถทำได้ ก่อนอื่นต้องเริ่มจากตัวคุณเอง ต้องสร้างเสน่ห์ให้กับตัวเองก่อน มาดูกันว่าวิธีสร้างเสน่์ห์ให้กับตัวเองมีอะไรบ้าง
1. รอยยิ้ม
คนยิ้มเก่งมีเสน่ห์กว่าคนไม่ยิ้ม และการยิ้มก็ไม่ใช่สักแต่ว่ายิ้ม ต้องยิ้มให้สวย ยิ้มให้จริงใจ และมีชีวิตชีวา ยิ้มเป็นประตูแห่งไมตรี ใครไม่มีรอยยิ้มเผื่อแผ่คนอื่นด้วยความจริงใจ เขาว่าเป็นคนไร้ไมตรี ไม่เปิดประตูรับไมตรีจากคนอื่น ถือเป็นพวกด้อยมนุษยสัมพันธ์ นั่นทำให้เขามีเสน่ห์น้อยลง

ยิ้มเป็นเครื่องมือผูกมิตร เป็นกุญแจไขสู่บทสนทนาและความคิด และนำไปสู่ความก้าวหน้ามหาศาล ฉะนั้น หมั่นยิ้มกันไว้ให้เป็นธรรมชาติ ยิ้มด้วยหัวใจ คนจะสัมผัสวิญญาณแห่งรอยยิ้มของคุณได้ และมันจะกลายเป็นเสน่ห์ ยกเว้นบางคนที่ยิ้มแล้วมีแต่ซากของรอยยิ้ม เพราะยิ้มนั้นไม่มีวิญญาณ

2. ความดูดี
ดูดีที่ว่านี้ ต้องไล่กันมาตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าทีเดียว หากทั้งหมดเป็นองค์ประกอบที่เสริมกันได้ ก็จะกลายเป็นเสน่ห์ที่โดดเด่นมาก ไล่มาตั้งแต่สุขภาพเส้นผมที่แข็งแรง สลวย มีน้ำหนัก และเลือกทรงผมที่รับกับใบหน้า ทำให้ดูมีสง่าราศี และน่ามอง ใบหน้าก็ต้องผุดผ่อง สะอาด เรียบเนียน และเปล่งปลั่ง เสื้อผ้าอาภรณ์เหมาะสมกับกาลเทศะ รูปร่าง สีผิว และหน้าที่การงาน รองเท้าเข้ากับชุด และสะอาด เดินเหินคล่องแคล่ว ทะมัดทะแมง และสง่างาม เหล่านี้ล้วนทำให้เกิดความดูดีที่เปี่ยมเสน่ห์ทั้งสิ้น

3. พูดดี พูดเพราะ พูดเป็น
วัตถุประสงค์แรกของการพูด คือการตั้งใจหมายสื่อสาร ดังนั้นต้องพูดให้เป็น สื่อสารให้รู้เรื่อง จึงจะถือว่าสัมฤทธิ์ผล แต่นั่นยังมิใช่เสน่ห์ เป็นแค่คุณสมบัติเบื้องต้นของคนพูดเป็น แต่เสน่ห์นั้น ต้องพัฒนาไปถึงขั้น “คนพูดดี” ด้วย

พูดดีหมายถึงอะไร… หมายถึงพูดเป็นบวก และรู้ว่าเมื่อไหร่ควรจะพูด มากหรือน้อยแค่ไหน พูดให้จับใจ ได้สาระ ได้ความคิดที่เฉียบคม และมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีเยี่ยม ได้ใจคนฟัง พูดด้วยท่าทางและถ้อยคำที่สุภาพ ดึงดูดใจ เพลิดเพลิน และเกิดประโยชน์ คนที่พูดดี พูดเพราะ พูดเป็น ยิ่งกว่ามีเสน่ห์เสียอีก เพราะสิ่งนี้คือความสามารถ คือศิลปะที่เรียกว่า วาทศิลป์ หลายอาชีพต้องอาศัยวาทศิลป์นี้ จึงจะก้าวไปสู่ความสำเร็จได้อย่างเต็มภาคภูมิ

4. น้ำใจดี
น้ำใจเป็นเสน่ห์ของคน คนเห็นแก่ตัวไม่มีใครรัก ไม่มีคนชื่นชม ไม่มีคนอยากเข้าใกล้ เพราะใจเขาดำ อย่าเป็นคนใจดำ อย่าเป็นคนเห็นแก่ตัว แต่ต้องรู้จักมีน้ำใจ ให้ก็เป็น รับก็เป็น และเห็นแก่ทุกข์สุข ความเหนื่อยยาก ความถูกต้องเป็นธรรม หรือโอกาสที่สามารถหยิบยื่นให้คนอื่นได้ด้วย

น้ำใจแสดงออกได้ตลอดเวลา ทั้งกับคนใกล้ตัว คนในครอบครัว ในที่ทำงาน ในชุมชน และในสังคม ความมีน้ำใจต้องเป็นไปตามธรรมชาติถึงจะน่าชื่นชม ถึงจะเป็นเสน่ห์ที่แท้จริง ฉะนั้น อย่าแสร้งมีน้ำใจ เพราะว่าแสร้งแค่ไหน คนเขาก็จับได้อยู่ดี แทนที่จะเป็นเสน่ห์ จะกลายเป็นจุดอ่อน บั่นทอนความน่าเชื่อถือไปจนหมดได้

5. รู้จักรับฟังผู้อื่น
คนที่รู้จักฟังคนอื่น น่ารักยิ่งกว่าคนที่พูดดีๆ ให้คนอื่นฟังได้ ทักษะการพูดให้ดี ใครๆ ก็ฝึกได้ แต่อุปนิสัยในการฟังและรับฟังคนอื่น เป็นสัญชาตญาณ เป็นอุปนิสัย ซึ่งหากไม่ได้รับการปลูกฝังมา ก็จะเป็นคนที่ไม่รับฟังใครโดยไม่รู้ตัว ดื้อ และยึดเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง

การรู้จักรับฟัง ไม่ได้แปลว่าแค่นั่งฟังคนอื่นพูด ทว่าหมายถึงการนำสิ่งนั้นไปขบคิด ไตร่ตรอง และแสดงให้เขารู้สึกว่า เราเป็นคนเปิดกว้าง ให้เกียรติ และเห็นความสำคัญของคนทุกคน และทุกความคิด ไม่ได้ยึดเอาแต่ความคิดของตัวเองเป็นใหญ่หรือเห็นแต่ตัวเองว่าสำคัญ เก่งกาจ หรือดีเด่นกว่าใครอื่นเขา

6. มีรสนิยมดี
บางคนเลือกของเก่ง ถ้าจะซื้อของต้องปรึกษาคนนี้ บางคนเลือกเสื้อผ้าดี รู้จักมิกซ์และแมทช์ให้เข้ากันและเก๋ไก๋ บางคนรสนิยมวิไลในเรื่องการแต่งบ้านและจัดโต๊ะที่ทำงาน เพียงอุปกรณ์และข้าวของไม่กี่ชิ้น ก็สามารถทำให้บางมุมของบ้าน ที่ทำงาน หรือโต๊ะทำงานสวยเก๋ขึ้นมาทันตา แต่บางคนก็มีรสนิยมดีในการเลือกเครื่องประดับ ไม่ต้องโปะลงไปมาก แต่ดูสวยมาก รสนิยมแบบนี้เป็นศิลปะขั้นสูง บางทีถึงกับต้องอาศัยพรสวรรค์ แต่หากรู้จักสังเกต ช่างสังเกตเสียหน่อย ไม่นานพรสวรรค์ก็จะปรากฏแก่คุณ

7. รู้จักใช้ชีวิต
หลายคนที่เราชื่นชมและหลงรัก ไม่ใช่เพราะเขามีฐานะมั่งคั่งเป็นมหาเศรษฐี หรือเพราะมีชื่อเสียงโด่งดัง เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ทว่าเกิดจากการมีศรัทธาในการใช้ชีวิตของเขา เขาอาจจะเลือกใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย แต่สนุก มีสีสัน และมีความสุข เขาเลือกเพลงเป็น บ้านของเขาจึงรื่นรมย์ไปด้วยบทเพลงที่ไพเราะ เขาใช้วันหยุดเป็น ไปเดินเล่น ไปเที่ยววัด เข้าพิพิธภัณฑ์ ไปว่ายน้ำ ไปถ่ายรูป ไปเสวนาวิสาสะกับผู้คน หรือพาลูกไปเรียนรู้นอกบ้าน ชีวิตของเขาช่างมีชีวิตชีวา น่าอิจฉาอย่างบอกไม่ถูก นี่คือเสน่ห์ของการใช้ชีวิต

 
Leave a comment

Posted by on May 30, 2012 in Uncategorized

 

การเลือกฟิล์มกรองแสงให้คุ้มค่า

รถยนต์ส่วนใหญ่มักติดฟิล์มกรองแสงเพื่อช่วยลดความร้อนของแสงแดดที่จะเข้ามาภายในตัวรถไม่ว่าจะเป็นไฟแนนซ์รถมือสอง หรือรถใหม่ ก็นิยมติดกัน แต่การติดนั้นก็อยู่ในกฎเกณฑ์ของกฎหมาย ซึ่งวันนี้เราจะมาข้อแนะนำการเลือกฟิล์มกรองแสงให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด

1 คุณภาพ

ฟิล์มกรองแสงที่มีคุณภาพดีนั้น คุณสมบัติต่างๆ ของฟิล์มเช่น %การลดความร้อน, % การลดรังสี UV, % การสะท้อนแสงและ % แสงส่องผ่านต้องเป็นค่ามาตรฐานจากโรงงานผู้ผลิตที่เชื่อถือได้และควรเป็นไปตามมาตรฐาน ของ AIMCAL (ASSOCIATION OF INDUSTRIAL METALLIZERS COATERS AND LAMINATORS), ASTM (AMERICAN SOCIETY FOR TESTING AND MATERIALS ) และ ASHRAE มิใช่ค่าที่พิมพ์หรือโฆษณาโดยปราศจากหลักฐานอ้างอิง

2 มาตรฐานโรงงานผู้ผลิต

ต้องพิจารณาว่าเป็นฟิล์มกรองแสงที่มีแหล่งที่มาชัดเจนนำเข้ามาจากโรงงานที่ผ่านมาตรฐานที่สากลยอมรับและมีที่ตั้งชัดเจนโดยปัจจุบันมีฟิล์มกรองแสงที่ผลิตจากโรงงานในประเทศสหรัฐอเมริกาที่ได้รับมาตรฐาน ISO 9001 ซึ่งเป็นระบบควบคุมคุณภาพที่กำกับดูแลทั้งการออกแบบและการพัฒนา,การผลิต,การติดตั้ง และการบริการโดยโรงงานผู้ผลิตจะมอบสำเนาใบประกาศนียบัตร ที่ได้รับรองมาตรฐาน ISO 9001 ให้บริษัทตัวแทนในประเทศไทยที่นำเข้าและจัดจำหน่ายด้วยผู้บริโภคสามารถเรียกตรวจสอบได้

3 ผู้จัดจำหน่ายในประเทศไทย

ต้องเป็นบริษัทที่มีความตั้งใจจริงใจและประสบการณ์ในการทำธุรกิจฟิล์มกรองแสงอย่างต่อเนื่องยาวนาน เชื่อถือได้และไม่มีการโฆษณา หลอกลวง หรือเปลี่ยนยี่ห้อไปเรื่อยๆ มีมาตรฐานการรับประกันคุณภาพที่เชื่อถือได้ โดยทั่วไปการรับประกันคุณภาพจะไม่ต่ำกว่า 7 ปีและสิ้นสุดเมื่อมีการเปลี่ยนชื่อเจ้าของรถดั้งนั้นผู้บริโภคจึงต้องเลือกบริษัทตัวแทนจำหน่ายที่ท่านมั่นใจว่าตลอดระยะเวลารับประกันบริษัทฯจะยังคงดำเนินธุรกิจฟิล์มกรองแสงอยู่และพร้อมที่จะรับผิดชอบหากฟิล์มที่ติดตั้งไปเกิดปัญหาใดๆ ขึ้น ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือควรเป็นผู้จัดจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจากโรงงานผู้ผลิตให้เป็นตัวแทนในประเทศไทยโดยตรวจสอบได้จากหนังสือแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายฯ

4 ราคา

ราคาต้องสมเหตุสมผล เหมาะสมกับคุณภาพ ในระดับที่ยอมรับได้โดยฟิล์มเคลือบโลหะทั้งชนิด Sputtered และ Thermal จะมีราคาสูงกว่าฟิล์มเคลือบสีประมาณ 1 – 2 เท่าตัว

5 โฆษณา

ผู้บริโภคควรพิจารณาโฆษณาของฟิล์มกรองแสงต่างๆให้ดีก่อนเลือกติดตั้ง ต้องเป็นโฆษณาที่ให้ข้อมูลที่ถูกต้องไม่มีการโฆษณาชวนเชื่อเกินจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่อง % การลดความร้อนและคุณสมบัติต่างๆ ของฟิล์มกรองแสง ซึ่ง % การลดความร้อนที่ถูกต้องนั้นต้องเป็น %การลดความร้อนจากแสงแดด

 
Leave a comment

Posted by on May 29, 2012 in Uncategorized

 

สาวๆหลายคนคงเสียเวลากับการแต่งหน้า วันนี้จะมาบอกวิธีที่ไม่จำเป็นต้องแต่งหน้าก็สวยใสได้ ซึ่งเทรนด์การแต่งหน้าแบบใสๆกำลังมาแรง ได้รับความนิยมทั้งดาราและสาวๆลุึคใสๆ เพียงทำตามขั้นตอนดังนี้

1. ล้างเครื่องสำอางออกให้หมดจด

ถ้าอยากหน้าใส ๆ แบบธรรมชาติ ก็ต้องเริ่มต้นจากการล้างเครื่องสำอางที่มีบนใบหน้าออกให้หมดเสียก่อน ค่อย ๆ ใช้คลีนเซอรืเช็ดออกให้สะอาดหมดจด แล้วล้างหน้าโดยเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ทำความสะอาดสิ่งสกปรกต่าง ๆ ได้หมดจด แต่ก็อ่อนโยนกับผิว และไม่ทำลายความมันที่มีหล่อเลี้ยงอยู่ตามธรรมชาติของผิวด้วย

2. สครับผิวริมฝีปาก

หากอยากมีริมฝีปากอิ่มเอิบน่าจุ๊บโดยไม่ต้องอาศัยลิปสติก ก็ต้องทำให้ผิวที่เรียวปากดูเรียบเนียน แถมนุ่มน่าคิสได้ ด้วยการสครับริมฝีปาก โดยสามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับสครับริมฝีปากโดยเฉพาะ หรือใช้ผ้าขนนุ่มชุบน้ำอุ่นบิดหมาด ถูที่ริมฝีปากเบา ๆ ก็ได้ จากนั้นตามด้วยการบำรุงด้วยลิปบาล์มให้ชุ่มชื้น เท่านี้เรียวปากก็เรียบ นุ่ม ดูอิ่มสวยอย่างเป็นธรรมชาติแล้ว

3. บำรุงผิวให้ชุ่มชื้น

ผิวสุขภาพดีก็ต้องมีน้ำมีนวล ดูเป็นผิวอิ่มน้ำ และมีความยืดหยุ่น หากอยากมีผิวสวย ๆ แบบนี้ ก็ต้องเติมน้ำให้ความชุ่มชื้นกับผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ ให้เลือกใช้สูตรที่เหมาะสมกับคุณ และใช้เป็นประจำ โดยยามที่ใบหน้ากำลังชื้นหมาด ๆ หลังล้างหน้า เป็นช่วงที่ครีมบำรุงจะซึมซาบลงสู่ผิวได้ดีที่สุดเลยล่ะ

4. ทาครีมกันแดด

เมื่อเติมน้ำให้ผิวชุ่มชื้นดีแล้ว ก็ยังต้องปกป้องผิวไม่ให้เสียจากการถูกทำร้ายด้วยแสงแดดและรังสียูวี ด้วยการใช้ครีมกันแดด โดยเลือกใช้ที่มีค่า SPF30 เป็นอย่างต่ำ และต้องป้องกันได้ทั้งรังสี UVA และ UVB

5. ใช้เซรั่มบำรุงขนตา

ในเมื้่อตั้งใจว่าจะไม่แต่งหน้า อันหมายรวมถึงการไม่ใช้มาสคาร่าด้วยแล้ว คราวนี้ก็คงต้องตั้งใจดูแลขนตากันให้มากขึ้น เพราะปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่า ขนตาที่ดูหนาเป็นแพ ทำให้ดวงตาดูสุกใสน่ามองขึ้นเยอะ ให้ใช้เซรั่มบำรุงขนตาปัดที่ขนตาก่อนนอนทุกคืน และล้างให้สะอาดในยามเช้า เมื่อใช้ติดต่อกันระยะหนึ่ง คุณจะสังเกตเห็นได้ว่าขนตาแข็แรงขึ้น ร่วงน้อยลง ทั้งยังดูหนาขึ้นด้วยค่ะ

6. กันคิ้วให้ได้รูปสวยงาม

ไหน ๆ ก็จะสวยแบบโนเมคอัพทั้งที ก็ต้องต้องใส่ใจเรื่องรายละเอียดที่จะทำให้หน้าตาดูดีได้อย่างธรรมชาติ คิ้วเองก็เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสร้างโครงหน้าที่คมได้รูป สาวคนไหนมีคิ้วรกก็ต้องจัดการกันคิ้วเสียหน่อย จะกันโดยการใช้ใบมีดหรือการถอนก็ตามแต่ที่ถนัดเลยค่ะ โดยกันขนคิ้วส่วนที่ขึ้นรกใต้แนวคิ้ว และหว่างคิ้วออก รวมทั้งปัดขนคิ้วขึ้นและลง และตัดเล็มปลายขนคิ้วที่ยาวเลยกว่าแนวคิ้วออกด้วย

7. ล้างหน้าก่อนนอน

แม้ว่าจะไม่ได้แต่งหน้าแล้ว แต่การล้างหน้าให้สะอาดหมดจดก่อนนอนก็ยังเป็นเรื่องจำเป็นอยู่ เพื่อเป็นการชำระคราบเหงื่อไคล หรือมลภาวะต่าง ๆ ที่อาจติดอยู่ที่ผิว ล้างหน้าสะอาด ๆ แบบนี้ ทาครีมบำรุงก่อนนอน รับรองว่าตื่นมาหน้าใสกิ๊กเลย

8. สวยจากภายในออกมาภายนอก

บำรุงจากภายนอกกันไปเยอะแล้ว คราวนี้ก็ลองมาบำรุงจากภายในกันบ้าง เริ่มต้นสร้างนิสัยการกินที่ดีเพื่อผิวสวยสดใสในระยะยาว เริ่มต้นด้วยการดื่มน้ำเปล่าแทนน้ำหวาน น้ำอัดลม กินผักผลไม้สด ๆ ให้มากขึ้้น และกินของหวานหรือขนมถุงอันอุดมไปด้วยโซเดียมให้น้อยลง ลดการบริโภคอาหารมัน ๆ รวมทั้งเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนทั้งหลายด้วย ใครทำตามนี้ได้จนเป็นนิสัย รับรองว่าผิวจะสวยไปได้อีกนานเลยค่ะ

 
Leave a comment

Posted by on May 28, 2012 in Uncategorized

 

คุณเป็นคนที่อ่อนแอหรือเข้มแข็ง

ชีวิตคนเราบางครั้งก็มีความท้อแท้ อ่อนแอ เกิดขึ้นได้เช่นกัน แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วคุณเลือกที่จะสู้กับมันหรือจะยอมแพ้ก็อยู่ที่ตัวคุณเอง ซึ่งแต่ละคนก็มีวิธีที่แตกต่างกันไป บางคนอาจ หาเพื่อน สักคนคุยเพื่อรับฟังปัญหา ถ้าหากมีความอ่อนแออยู่เป็นประจำ ก็จะทำให้เป็นคนล้มเหลว คุณเคยคิดบ้างมั๊ยว่าที่จริงแล้วคุณเป็นคนที่อ่อนแอหรือเข้มแข็ง มาดูบุคลิคระหว่างคนที่เข้มแข็งและอ่อนแอนั้นมันมีข้อแตกต่างกันอย่างไรบ้าง
1. ผู้ที่เข้มแข็งจะไม่ลดละความพยายาม ไม่ยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มต้น จะพยายามหาข้อมูล และหาเหตุผลเพื่อที่จะเอาชนะปัญหา อุปสรรค…..แต่ผู้ที่อ่อนแอมักทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม

2. ผู้ที่เข้มแข็งจะไม่พร่ำบ่นถึงปัญหาส่วนตัว หรือนำมาเกี่ยวข้องกับการทำงาน แต่จะจัดลำดับความสำคัญของงาน แยกแยะปัญหางานออกจากปัญหาส่วนตัว…..แต่ผู้ที่อ่อนแอมักทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม

3. ผู้ที่เข้มแข็งจะคิดใหญ่ คิดว่าตนเองมีความสามารถ พัฒนาความรู้ของตนอยู่เสมอ มีความมุ่งมั่น และคิดว่าตนเองเป็นผู้ที่มีความสามารถเช่นเดียวกับผู้อื่น…..แต่ผู้ที่อ่อนแอมักทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม

4. ผู้ที่เข้มแข็งจะไม่บอกความลับแก่ใคร และไม่ต้องการรู้ความลับของผู้อื่น อีกทั้งสนใจเฉพาะสิ่งที่สร้างสรรค์…..แต่ผู้ที่อ่อนแอมักทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม

5. ผู้ที่เข้มแข็งไม่กลัวความล้มเหลว คิดว่าความล้มเหลวเป็นเรื่องปกติ ที่สามารถเริ่มต้นใหม่ แก้ไข ปรับปรุงใหม่ ได้เสมอ…..แต่ผู้ที่อ่อนแอมักทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม

6. ผู้ที่เข้มแข็งไม่ต้องการทราบว่าผู้อื่นคิดเห็นกับตนอย่างไร มีความเชื่อมั่น ทำในสิ่งที่ถูกต้องและมีความมุ่งมั่น…..แต่ผู้ที่อ่อนแอมักทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม

7. ผู้ที่เข้มแข็งไม่คิดว่าตัวเองเคราะห์ร้าย แต่มีความยินดีที่ยอมรับและต่อสู้กับอุปสรรคอย่างหน้าชื่นตาบาน ไม่คิดท้อแท้ยอมจำนน…..แต่ผู้ที่อ่อนแอมักจะทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม

 
Leave a comment

Posted by on May 25, 2012 in Uncategorized

 

ระหว่างความรักกับความหลง

อยู่คนเดียวมานานเริ่มรู้สึกเหงา อยากมีใครสักคนเป็นอยู่ข้าง เริ่มมีความคิดอยาก หาเพื่อน สักคน ที่เข้าใจ ถ้าคุณเจอใครแล้ว ก็คิดดีดีน่ะค่ะ ว่าคนที่คุณเจอเป็นคนที่คุณรักเค้าจริงๆหรือว่าคุณกำลังหลงกันแน่ มาดูข้อคิดดีดีระหว่างความรักกับความหลงกันค่ะ
ความรัก ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ

ความหลง เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

ความรัก อดทนต่อกันและกันเสมอ

ความหลง กระทำไปตามอารมณ์

ความรัก ทำสิ่งดีๆ ให้กัน

ความหลง ทำสิ่งดีๆ ให้ตัวเอง

ความรัก ไม่คิดถึงตัวเองฝ่ายเดียว

ความหลง คิดถึงแต่ตัวเอง เรียกร้องแต่สิ่งที่ตัวเองต้องการ

ความรัก ชื่นชมสิ่งดี ไม่ยอมรับสิ่งผิด

ความหลง หาเหตุผลเข้าข้างตัวเอง แก้ตัว

ความรัก ปกป้องกันและกัน

ความหลง ปกป้องตัวเอง ไม่แคร์ว่าใครจะเจ็บ

ความรัก ไว้ใจซึ่งกันและกัน

ความหลง หวาดระแวง จับผิด ขี้สงสัย

ความรัก ให้อภัย

ความหลง แค้นนี้ต้องชำระ

ความรัก ทนต่อทุกอย่าง

ความหลง ถอยหนียามลำบาก

ความรัก ให้โดยไม่มีการเลิกรา

ความหลง หยุดเมื่อไม่ได้รับการปรนเปรอ

ความรัก เป็นอมตะ คงทนถาวร

ความหลง ไม่มั่นคง อยู่ได้ไม่นาน

ความรัก ซื่อสัตย์ต่อกัน

ความหลง หลอกลวง เชื่อถือไม่ได้

ความรัก ไม่ฉุนเฉียวง่าย

ความหลง ด่าว่าให้เจ็บช้ำ

ความรัก ไม่อิจฉา ไม่อวดตัว ไม่หยิ่งผยอง ไม่หยาบคาย

ความหลง ไม่ให้เกียรติ ฉันต้องสำคัญที่สุด เป็นรองไม่ได้

ความรัก มีความหวังอยู่เสมอ

ความหลง คุณพลาดแล้วหมดโอกาสแก้ตัว

ความรัก ช่วยส่งเสริมคนทั้งคู่ให้เจริญก้าวหน้าขึ้น

ความหลง ไม่สนใจอะไร มุ่งแต่จะอยู่ด้วยกัน สุดท้ายก็ลงเอยที่เรื่องเซ็กส์

ความรัก ทำดีต่อกัน รักกันเสมอต้นเสมอปลาย

ความหลง แรกๆ รักจนไม่ลืมหูลืมตา…

… ต่อมาอีกไม่นานก็เริ่มหน่าย ตีตัวออกห่างไปหาคนอื่นต่อ…

แล้วตอนนี้ล่ะ คุณกำลังเจอกับ “ความรัก” หรือ “ความหลง”

 
Leave a comment

Posted by on May 23, 2012 in Uncategorized

 
 
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.